|
|
วิปัสสนากรรมฐาน |
|
ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ อยากกลับหนอ คำบริกรรมนี้ เป็นเสียงท่องระหว่างการฝึกเดินจงกรมภายใน ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดผาณิตาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา บรรยากาศภายในวัดดูเป็นวัดธรรมดาติดกับแม่น้ำ ภายในวัดดูร่มรื่น มีศาลาทรงไทยสีขาวหลังหนึ่ง พอเดินเข้าไปภายในศาลาหลังนี้ ก็สัมผัสได้ถึงความสงบ แต่ก็ยังมีคำถามอยู่ในใจว่า ปฏิบัติธรรมเขาทำกันอย่างไร แล้วการบริกรรมยุบหนอ พองหนอ จะทำให้ใจเราสงบได้จริงหรือไม่ และจะได้อะไรจากตรงนี้ ผู้ที่ให้คำตอบได้ดีกับเรื่องนี้ คือ พระสุรศักดิ์ จรณธัมโม พระอาจารย์ศูนย์พัฒนาจิตฯ อธิบายว่า การมาปฏิบัติธรรมและฝึกวิปัสสนากรรมฐาน จะทำให้เรารู้ตัวว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งเป็นการฝึกจิตขั้นพื้นฐานของตัวเรา เมื่อจิตได้รับการฝึกให้มีสติ พอมีเรื่องอะไรเข้ามากระทบจะทำให้ตัวของเรามั่นคงมีสติที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ไปได้
ซึ่งการฝึกของที่นี่ใช้หลักของการปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 คือการมีสติเรียนรู้ 4 กลุ่มใหญ่ 1. เรียนรู้กาย ยืน เดิน นั่ง 2. ความรู้สึกสุขทุกข์ ร่างกายปวดเมื่อย 3. สภาพจิตใจ เกี่ยวกับความโกรธพอใจ คิดถึง และ 4. ความจริงที่เกิดขึ้น
ซึ่งสติปัฏฐาน 4 เป็นพื้นฐานของชีวิต ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน โดยพระองค์ไม่ได้สอนให้เราฝึกสิ่งที่นอกเหนือธรรมชาติเลย เช่น ตอนเช้าลุกขึ้นจากที่นอนต้องขยับตัวแล้วหากเรามีสติก็จะรู้ว่า ขยับขาข้างไหน หรือโกรธก็รู้ว่าโกรธเป็นต้น ที่นี่เป็นโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน 4 ผู้เข้ารับการอบรมจะใช้เวลาในการเรียนรู้ และศึกษาสภาวะที่เกิดขึ้นทางกายและใจ เพื่อความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏตามความเป็นจริง สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน พัฒนาชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น ดำเนินชีวิตที่ก่อให้เกิดความสงบร่มเย็น ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น พระสุรศักดิ์ กล่าว
พระสุรศักดิ์เล่าอีกว่า การอบรมจะมีหลักสูตร 7 คืน 8 วัน ซึ่งโดยปกติผู้เข้าอบรมต้องมีอายุ 17 ปีขึ้นไป แต่หากเดือนใดตรงกับการปิดภาคเรียน จะรับผู้เข้าอบรมตั้งแต่เด็กระดับประถมศึกษาไปจนถึงผู้ที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่มีเวลาว่างในช่วงปิดเทอม ได้มาปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่รู้จักการฝึกฝนจิตใจแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพวกเขาเอง
เมื่อได้เรียนรู้แนวทางปฏิบัติธรรมของวัดผาณิตารามกันแล้ว ลองมาฟังความรู้สึกของผู้ที่เคยได้ปฏิบัติธรรมกันบ้าง "ตอนแรกมาปฏิบัติธรรมกับภรรยา ซึ่งครั้งแรกก็ไม่เข้าใจว่าปฏิบัติธรรมคืออะไร แต่พอได้มาปฏิบัติธรรมสัก 2-3 ครั้ง ได้ฝึกปฏิบัติที่วัดแห่งนี้ ทำให้ได้เรียนรู้วิธีการควบคุมอารมณ์ตัวเอง ได้เรียนรู้วิธีการอย่างถูกต้อง ที่สำคัญทำให้ตัวเรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าตอนนี้เราโกรธ ตอนนี้เราเกลียด เพื่อที่จะได้ควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ให้ไปก่อกรรมกับผู้อื่น เมื่อก่อนยอมรับว่าเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก ใครพูดอะไรไม่เข้าหูนิดเดียวเป็นอันมีเรื่องหรือต้องโกรธกันยกใหญ่ เมื่ออยากจะพูดอะไรก็พูดโดยไม่คิดก่อน พอมาเรียนรู้ฝึกปฏิบัติธรรมเรียนรู้ตัวเราเองตามหลักคำสอนของพระพุทธองค์ เวลาเราจะทำอะไร เราก็จะมีสติเป็นตัวกำหนดรู้ พอมีสติเราก็จะรู้ว่าตอนนี้อารมณ์ของเราเป็นอย่างไร พูดอะไรออกไปก็จะคิดก่อนพูด รู้จักยับยั้งชั่งใจในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งการปฏิบัติธรรมได้อะไรมากกว่าที่เราคิด ได้เห็นแล้วว่า การปฏิบัติธรรม คือ การเรียนรู้ตัวของเราเอง ซึ่งพระพุทธองค์ไม่ได้ให้เรียนรู้อะไรพิสดารมากไปกว่านี้ บางคนอาจจะกลัวว่าเห็นนั่นเห็นนี่ เห็นสิ่งที่น่ากลัวต่าง ๆ แต่หากฝึกกันจริง ๆ ก็คือ การฝึกให้เห็นตัวเราเองนั่นเอง
|
|
|
 |
ยินดีต้อนรับ |
 |
 |
วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2556 |
 |
 |
 |
 |



|